ร้านเซ่งไช้หรือร้านเจริญชัย

เจ้าของร้านได้เล่าถึงครอบครัวของตนเองว่าอาก๋งเป็นช่างทําทอง อยู่ต่างจังหวัด คุณพ่อเป็นลูกจ้างอยู่ในร้านทําเฟอร์นิเจอร์ในเวิ้งฯ ส่วน คุณแม่หาบนํา้ขายคนแถวนี้ จนเริ่มเก็บเงินเช่าแผงเล็กๆ ขนาดไม่ถึงครึ่ง คูหาเพื่อวางขายสินค้าที่คุณแม่และญาติช่วยกันคิดประดิษฐ์ขึ้นมาเอง นั่นก็คือเครื่องขูดมะพร้าวที่ใช้มอเตอร์ ซึ่งความคิดนี้สืบเนื่องจากที่สมัย ก่อนอาหารส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบของมะพร้าวหรือกะทิ ทางร้านจึง คิดสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาช่วยผ่อนแรง แต่ไม่ได้มีทุนมากนัก ตอนแรกๆ มอเตอร์ที่เอามาใช้ในเครื่องขูดมะพร้าว ได้ความช่วยเหลือจากร้านเจริญ ไทยมอเตอร์ ซึ่งสนิทสนมคุ้นเคยกันให้ยืมมาก่อน โดยเป็นการช่วยเหลือ กัน พอขายได้แล้วค่อยเอาเงินไปจ่าย ทําให้สามารถทํากิจการได้อย่าง ราบรื่น จนการค้าขายเริ่มดีขึ้น เพราะผู้ซื้อไปแล้วเห็นว่าใช้ดีจนในที่สุด ก็แทบผลิตไม่ทัน “ส่วนที่ยากคือแกนขูดมะพร้าว ต้องตอกตะปูทีละตัว แม่ก็ให้ลูกๆ มาช่วย บางครั้งก็มีเด็กๆ บ้านอื่นๆ ในเวิ้งฯ มาทำด้วย โดยได้ค่าจ้าง ชิ้นละ ๕ บาท ตอนนั้นเหมือนเป็นการสอนเรื่องความอดทน เพราะต้อง ค่อยๆ ทำใจร้อนหรือใจลอยไม่ได้เลย จำได้ว่าขายเครื่องนึง ๖๕๐ บาท ตอนเริ่มเป็นตู้ไม้สัก แล้วก็พัฒนาเปลี่ยนวัสดุไปตามยุคสมัย” เจ้าของร้านได้เล่าถึงจุดเปลี่ยนสําคัญอีกจุดหนึ่งคือช่วงที่ เกิดสงครามเวียดนาม กรมทหารจะผลิตอาหารกระป๋องส่งไป ให้ทหารที่ออกรบ จึงมาสั่งซื้อเครื่องขูดมะพร้าวจากร้านเป็น จํานวนมาก ทําให้มีทุนมาพัฒนาสินค้าและขยายร้านให้ใหญ่ ขึ้นได้ จนปัจจุบันก็ยังพัฒนาเครื่องมือทําอาหาร ในรูปแบบ ใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับยุคสมัย ลูกค้าประจําก็ยังคงมาซื้อที่ร้าน แม้จะมีสาขาที่อื่นที่ใกล้บ้านลูกค้ามากกว่า เพราะว่ารู้สึกผูกพัน คุ้นเคยกันอยู่ โดยทางร้านได้กล่าวถึงพื้นที่ของเวิ้งฯ ไว้ว่า “อยู่มาตั้งแต่ รุ่นพ่อแม่สร้างขึ้นมา ก็อยากจะอยู่ต่อ แต่เราคนเดียวคงสู้ทุน ใหญ่ไม่ไหว ก็ได้แต่เสียดาย”

ที่ตั้งปัจจุบัน