ร้าน BKP 1990

วันศุกร์ที่ ๑ มี.ค. ๒๕๒๕ คุณสมศักดิ์ ทรงธรรมากุล ซึ่งอายุ ๑๙ ปี ได้เริ่มต้นเปิดแผงขายเทปคาสเซทบริเวณห้างทองโต๊ะกัง ริมถนนเยาวราช ด้วยเงินทุน ๑ หมื่นบาท ในสมัยนั้นเป็นยุคทองของ เทปคาสเซท จนกระทั่งปี ๒๕๒๖ จึงมีการย้ายแผงมาอยู่แถวคลองถม ซึ่งทุกวันต้องเข็นแผงจากที่ฝากของแถวสำเพ็งเพื่อมาตั้งร้าน ต่อมาเมื่อ มาถึงยุคของการไล่จับพ่อค้าหาบเร่แผงลอย ทำให้ต้องย้ายแผงเทปมาอยู่ ที่สะพานเหล็ก หลังจากนั้นธุรกิจก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จึงขยับขยายจาก แผงลอยเป็นหน้าร้านของตนเองบริเวณริมคลองโอ่งอ่าง ส่วนค่าเช่าก็ สูงขึ้นจึงมีความคิดที่จะขยายตลาดจากการขายปลีกทั่วไปเป็นการขายส่งด้วย ปี ๒๕๒๘ ทางร้านเริ่มขยายกิจการและมองหา แนวทางการพัฒนาร้านจากที่เป็นห้องให้เป็นตัวตึก โดยมี ตึกร้างหัวมุมถนนบริพัตรซึ่งสมัยนั้นยังเป็นที่อับและไม่คึกคัก แต่ด้วยความตั้งใจจึงเข้าไปติดต่อกับเจ้าของสิทธิ์เดิมคือร้าน โลหะภัณฑ์เพื่อขอเช่า แม้จะถูกปฏิเสธในครั้งแรกแต่การ เข้าไปพูดคุยบ่อยครั้งทำให้เจ้าของตึกเห็นความตั้งใจจึงยอม อนุญาตให้เช่าได้เฉพาะชั้นล่าง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการ เข้ามาสัมพันธ์กับชุมชนเวิ้งฯ ในทางพื้นที่ จากนั้นกิจการของร้านก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องหาสินค้ามาลงให้มากขึ้น รวมทั้งขยายตลาดส่งออกไปตามภูมิภาคต่างๆ และบริหารการขาย โดยไม่มีวันหยุด กิจการที่เจริญรุ่งเรืองขึ้นทำให้ร้านมีรายได้มากขึ้น และได้คุยกับ เจ้าของอาคารอีกครั้งเพื่อขอเซ้งอาคาร ซึ่งก็ได้รับความเอ็นดูยอมขาย สิทธิ์ให้ในเวลาต่อมา พื้นที่ของร้านจึงขยายจาก ๒ คูหาเป็น ๔ คูหา ตามลำดับ และต่อมาก็ได้ขยายอาคารไปฝั่งตรงข้ามถนนบริพัตรอีก ๓ คูหา อีกทั้งยังเป็นผู้จัดจำหน่ายส่งรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในช่วงปี ๒๕๔๐ ทางร้านได้เป็นผู้ริเริ่มการผลิตแผ่นซีดี โดยซื้อลิขสิทธิ์ และขออนุญาตผลิตอย่างถูกต้อง อีกทั้งปัจจุบันยังมีธุรกิจอื่นๆ ในด้าน สายบันเทิงอีกด้วย ด้านความคิดเห็นที่เกี่ยวกับชุมชนเวิ้งฯ ผูกพันกับย่านเวิ้งฯ คุณสมศักดิ์กล่าวว่า “ในเชิงธุรกิจแล้ว เวิ้งฯ เป็นเสมือนสนามต่อสู้ให้ ทดสอบและให้โอกาสได้แสดงความสามารถ จึงรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ พื้นที่เพราะเป็นที่เริ่มต้นก่อร้างสร้างตัว นอกจากนี้เวิ้งฯ ยังเป็นที่เก็บ ความทรงจำในวัยเด็ก จะเห็นบรรยากาศของการค้าขาย ความเจริญ ในชุมชน และแหล่งอาหาร ส่วนความสัมพันธ์กับชุมชนนั้น แม้ว่าจะ พักอาศัยอยู่นอกชุมชน แต่ก็ยังมีการปฏิสัมพันธ์กับชุมชนในช่วงการ จัดงานประเพณีอยู่เสมอ จนล่าสุดถึงได้สัมผัสกับชุมชนจากการเข้า เป็นคณะกรรมการชุมชนเวิ้งนาครเขษม สุดท้ายนี้หากเวิ้งฯ หายไป จากพื้นที่ตรงนี้ก็จะส่งผลให้ประวัติศาสตร์ที่สำคัญสูญหายไปด้วย”

ที่ตั้งปัจจุบัน

ยังไม่มีข้อมูล